
สต๊อกสินค้า คือจำนวนสินค้าที่ร้านมีอยู่จริงในมือ ณ ตอนนี้ การจัดการสต๊อกคือการรู้ให้ได้ตลอดว่าแต่ละรายการเหลือเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน และควรสั่งเพิ่มเมื่อไหร่ เป้าหมายมีสองข้อ: ไม่ขายของที่ไม่มี (ของขาด) และไม่เก็บของที่ขายไม่ออกไว้นานเกินไป (ของจม)
สรุปสั้น ๆ
ดูสรุปซ่อน
- หน้าร้านทุกช่องทางควรแสดง "สต๊อกพร้อมขาย" = คงเหลือ − ของที่ลูกค้าสั่งแล้วแต่ยังไม่ส่ง
- จุดสั่งซื้อ = ขายเฉลี่ยต่อวัน × วันที่รอของ + ของสำรอง
- ตั้งรหัส SKU แยกทุกสี/ไซซ์ และบันทึกทุกการเข้า-ออก ห้ามแก้ยอดลอย ๆ
- นับสต๊อกจริงเป็นรอบ ตัวขายดี/ราคาสูงนับถี่กว่า
- ขายหลายช่องทางแล้วยังตัดสต๊อกเอง = เสี่ยงขายเกินของ ควรใช้ระบบที่ตัดสต๊อกกลาง
ทำไมร้านออนไลน์สต๊อกพังง่ายกว่าร้านหน้าร้าน

ร้านออนไลน์ส่วนใหญ่ขายหลายช่องทางพร้อมกัน เช่น Shopee Lazada TikTok Shop และแชท LINE หรือ Facebook ของชิ้นเดียวกันถูกตั้งจำนวนไว้แยกกันทุกที่ พอขายได้ทางหนึ่งแต่ลืมไปลดอีกทาง ก็เกิดการขายเกินของ (overselling) ต้องยกเลิกออเดอร์ ลูกค้าเสียความรู้สึก และบาง marketplace ยังนับเป็นคะแนนลบของร้านด้วย
ศัพท์ที่ควรรู้ 3 คำ

- สต๊อกคงเหลือ — ของที่อยู่ในคลังจริง นับได้ด้วยมือ
- สต๊อกพร้อมขาย — สต๊อกคงเหลือ ลบ ของที่ลูกค้าสั่งแล้วแต่ยังไม่ได้แพ็กส่ง (จองไว้) ตัวเลขนี้คือที่ควรแสดงบนหน้าร้านทุกช่องทาง
- จุดสั่งซื้อ — จำนวนขั้นต่ำที่ถ้าเหลือเท่านี้แล้วต้องสั่งของเพิ่มทันที เพื่อให้ของใหม่มาทันก่อนของเดิมหมด
ตั้งรหัสสินค้า (SKU) ยังไงให้ใช้ง่าย
SKU คือรหัสที่ร้านตั้งเองให้สินค้าแต่ละแบบ แยกทุกสีและทุกไซซ์ ตั้งดี ๆ ตั้งแต่แรกจะค้นหา นับ และทำบาร์โค้ดง่ายขึ้นมาก
- ขึ้นต้นด้วยกลุ่มสินค้า แล้วตามด้วยแบบ สี ไซซ์ เช่น TS-WH-M = เสื้อยืด สีขาว ไซซ์ M
- ใช้ตัวอักษรอังกฤษ ตัวเลข และขีดเท่านั้น ไม่เว้นวรรค ไม่ใช้ภาษาไทย
- ความยาวเท่า ๆ กันทั้งร้าน และห้ามใช้รหัสซ้ำกับสินค้าที่เลิกขายไปแล้ว
- ใช้รหัสเดียวกันทุกช่องทาง จะได้ตัดสต๊อกตรงกัน
คำนวณจุดสั่งซื้อแบบง่าย

สูตรที่ร้านเล็กใช้ได้เลย: จุดสั่งซื้อ = ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน × จำนวนวันที่รอของ + ของสำรองกันพลาด
ตัวอย่าง: เสื้อยืดสีขาวขายได้วันละ 5 ตัว สั่งจากโรงงานต้องรอ 7 วัน และอยากมีสำรองเผื่อขายดีอีก 10 ตัว จุดสั่งซื้อ = 5 × 7 + 10 = 45 ตัว แปลว่าเมื่อไหร่ที่เหลือ 45 ตัว ให้สั่งล็อตใหม่ได้เลย
วิธีนับสต๊อก (ตรวจนับ) ทีละขั้น
- เลือกเวลาที่ไม่มีของเข้า-ออก เช่น หลังปิดรับออเดอร์ หรือเช้าก่อนแพ็ก
- พิมพ์รายการ SKU ทั้งหมดพร้อมยอดในระบบ/ในไฟล์
- นับทีละชั้นวาง จดจำนวนที่นับได้จริง (ใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ดจะเร็วและผิดน้อย)
- เทียบกับยอดในไฟล์ ดูรายการที่ไม่ตรง แล้วหาสาเหตุ เช่น ลืมบันทึกของคืน ของเสีย
- ปรับยอดให้ตรงของจริง พร้อมจดเหตุผลทุกครั้ง
ไม่ต้องนับทั้งร้านทุกวัน: นับทั้งหมดเดือนละครั้งก็พอ แต่สินค้าขายดีหรือราคาสูงควรนับทุกสัปดาห์ เพราะผิดทีเสียเงินเยอะ
ของจม แพงกว่าที่คิด
ของที่ขายไม่ออกคือเงินที่จมอยู่บนชั้น เช่น เสื้อทุนตัวละ 120 บาท ค้างอยู่ 30 ตัว = เงินจม 3,600 บาท ยังไม่รวมพื้นที่เก็บและของเสื่อมสภาพ
- ดูรายการที่ไม่มีการขายเกิน 60–90 วัน ทุกเดือน
- ระบายด้วยโปรจับคู่ (ซื้อคู่ตัวขายดี) ลดราคา หรือทำเป็นของแถม
- ล็อตหน้าสั่งน้อยลง หรือหยุดสั่งรายการนั้น
- ของที่หมดอายุได้ ให้ขายของที่เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)
วิธีจัดการสต๊อกสำหรับร้านเล็ก 5 ขั้น
- ตั้งรหัสสินค้า (SKU) ให้ทุกรายการ แยกตามสีและไซซ์
- บันทึกทุกการเคลื่อนไหว: รับของเข้า ขายออก ของเสีย ของคืน — ห้ามแก้ตัวเลขคงเหลือตรง ๆ โดยไม่มีที่มา
- ตั้งจุดสั่งซื้อของแต่ละรายการ แล้วดูรายการที่ "ใกล้หมด" ทุกสัปดาห์
- นับสต๊อกจริงเป็นรอบ แล้วปรับยอดให้ตรง
- ดูของที่ไม่เคลื่อนไหวนานเกิน 60–90 วัน แล้วจัดโปรระบายก่อนกลายเป็นของจม
เครื่องมือฟรี ไม่ต้องสมัคร
สร้างบาร์โค้ดสินค้า
ติดบาร์โค้ดที่สินค้าหรือชั้นวางช่วยให้นับเร็วและพิมพ์รหัสผิดน้อยลง สร้างบาร์โค้ดฟรีได้ที่ เครื่องมือสร้างบาร์โค้ด
ใช้เครื่องมือฟรีเริ่มด้วย Excel ได้ ฟรี
เครื่องมือฟรี ไม่ต้องสมัคร
เทมเพลตสต๊อกสินค้า Excel
ถ้ายังมีสินค้าไม่มากและขายช่องทางเดียว Excel หรือ Google Sheets ก็พอ ดาวน์โหลด เทมเพลตสต๊อกสินค้า Excel ฟรี ได้เลย ในไฟล์มีชีตสินค้า ชีตรับเข้า-จ่ายออก และชีตสรุป คงเหลือ มูลค่าสต๊อก และสถานะ "ใกล้หมด" คำนวณให้เอง แค่บันทึกของเข้าและของออกทุกครั้ง
ใช้เครื่องมือฟรีExcel กับระบบสต๊อก ต่างกันยังไง
- ตัดสต๊อก — Excel: พิมพ์เองทุกออเดอร์ · ระบบ: ขายช่องทางไหนตัดสต๊อกกลางให้เอง
- หลายช่องทาง — Excel: ต้องไล่แก้จำนวนบนแต่ละ marketplace · ระบบ: อัปเดตจำนวนกลับไปทุกช่องทาง
- หลายคนใช้พร้อมกัน — Excel: ไฟล์ชนกัน ตัวเลขเพี้ยนง่าย · ระบบ: ทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน
- ค่าใช้จ่าย — Excel: ฟรี · ระบบ: มีทั้งแบบฟรีและแบบจ่ายรายเดือน
สัญญาณว่าถึงเวลาเลิกใช้ Excel
- ขายมากกว่าหนึ่งช่องทาง แล้วต้องไล่แก้จำนวนสินค้าเองทุกที่
- เคยขายเกินของจนต้องยกเลิกออเดอร์
- มีหลายคนช่วยแพ็กของ แต่ตัวเลขในไฟล์ไม่ตรงกับของจริง
- มีสินค้าหลายตัวเลือก (สี × ไซซ์) จนไฟล์ยาวและพิมพ์ผิดบ่อย
ถ้าตรงสักข้อ ระบบสต๊อกของระบบอู้ ใช้สต๊อกกลางชุดเดียว ขายช่องทางไหนก็ตัดที่เดียว มีประวัติรับเข้า เบิกออก และเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด เริ่มใช้ฟรีได้
คำถามที่พบบ่อย
สต๊อกคงเหลือกับสต๊อกพร้อมขายต่างกันยังไง+
สต๊อกคงเหลือคือของที่อยู่ในคลังจริง ส่วนสต๊อกพร้อมขายคือสต๊อกคงเหลือหักของที่ลูกค้าสั่งแล้วแต่ยังไม่ได้ส่ง หน้าร้านทุกช่องทางควรแสดงสต๊อกพร้อมขาย
ควรนับสต๊อกบ่อยแค่ไหน+
ร้านเล็กนับทั้งหมดเดือนละครั้งก็พอ และนับเฉพาะสินค้าขายดีหรือราคาสูงทุกสัปดาห์ นับเสร็จแล้วปรับยอดในไฟล์หรือระบบให้ตรงกับของจริง
จุดสั่งซื้อคำนวณยังไง+
ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน คูณ จำนวนวันที่ต้องรอของ แล้วบวกของสำรองกันพลาด เช่น ขายวันละ 5 ชิ้น รอของ 7 วัน สำรอง 10 ชิ้น จุดสั่งซื้อคือ 45 ชิ้น
SKU คืออะไร ตั้งยังไง+
SKU คือรหัสสินค้าที่ร้านตั้งเองให้สินค้าแต่ละแบบ แยกทุกสีและไซซ์ เช่น TS-WH-M ใช้ตัวอักษรอังกฤษ ตัวเลข และขีด ไม่ซ้ำกัน และใช้รหัสเดียวกันทุกช่องทาง
ขายเกินของ (overselling) เกิดจากอะไร+
เกิดจากตั้งจำนวนสินค้าแยกกันในแต่ละช่องทาง พอขายได้ทางหนึ่งแต่จำนวนอีกทางไม่ลดตาม วิธีแก้คือใช้สต๊อกกลางชุดเดียวที่ตัดให้ทุกช่องทางอัตโนมัติ
ของจมควรทำยังไง+
ดูรายการที่ไม่มีการขายเกิน 60–90 วัน แล้วระบายด้วยโปรจับคู่ ลดราคา หรือทำเป็นของแถม และสั่งล็อตถัดไปให้น้อยลง
มีไฟล์สต๊อกสินค้า Excel ฟรีไหม+
มี ดาวน์โหลดเทมเพลตสต๊อกสินค้าของระบบอู้ได้ฟรีที่ aoocommerce.com/tools/stock-template ใช้ได้ทั้ง Excel และ Google Sheets
ให้ระบบทำงานหลังร้าน แล้วไปอู้กัน
ระบบอู้ (AooCommerce) รวมแชท ออเดอร์ และสต๊อกจากทุกช่องทาง สมัครฟรี ไม่ต้องใส่บัตร
